<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</title>
	<atom:link href="https://www.landinvestingthai.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.landinvestingthai.com</link>
	<description>แหล่งรวมความรู้เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์</description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Jun 2019 17:07:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.3.7</generator>
	<item>
		<title>ข้อควรรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ปี 2562</title>
		<link>https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/</link>
				<pubDate>Fri, 14 Jun 2019 17:07:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[มั่งมี]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์อิงสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์อิงสิทธิ ปี 2562]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.landinvestingthai.com/?p=1385</guid>
				<description><![CDATA[<p>ในธุรกิจการลงทุนให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร ที่ดินเปล่าหรืออาคารชุดคู่สัญญาจะทำสัญญาเช่าทรัพย์หรือ “สัญญาปล่อยเช่า” โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นการเช่าแบบทั่วไปกล่าวคือ ระยะเวลาเช่าไม่เกิน 30 ปี ต่ออายุสัญญาได้ครั้งละไม่เกิน 30 ปี แต่มีข้อจำกัดคือ สัญญาเช่าจะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าตายสัญญาเช่าระงับไม่ตกทอดแก่ทายาท ทั้งยังห้ามการการเช่าช่วง การโอนสิทธิการเช่า หากไม่มีการตกลงเป็นอย่างอื่นในสัญญาและห้ามนำสิทธิการเช่าไปเป็นหลักประกันอีกด้วย ขณะที่การเช่าที่ดินเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมจะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 ที่มีระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาเช่าได้อีก 50 ปี แต่ทั้งนี้ลักษณะการเช่าต้องเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมเท่านั้นจะให้เช่าเพื่อการอยู่อาศัยไม่ได้ อีกทั้งผู้เช่าไม่มีสิทธิต่อเติมหรือดัดแปลงทรัพย์สินที่เช่าหากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า กล่าวได้ว่ากฎหมายเช่าทรัพย์ยังมีข้อจำกัดหลายประการเกี่ยวกับการนำทรัพย์สินที่เช่าไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการประกาศใช้ “พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ.2562”  เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้มีทรัพย์อิงสิทธิเป็นสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถโอนและตราเป็นประกันการชำระหนี้โดยการจำนองได้ อันจะส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จากนักลงทุนไทยและต่างชาติและผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้จึงเป็นทางเลือกให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์และผู้เช่าในการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินว่าจะทำสัญญาเช่าทั่วไปหรือก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิตาม พ.ร.บ. สาระสำคัญโดยสรุปของ พ.ร.บ. ได้แก่ “ทรัพย์อิงสิทธิ” หมายถึง ทรัพย์สินที่อิงจากสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะที่ดินมีโฉนด ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินมีโฉนดและอาคารชุด โดยการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิต้องทำโดยเจ้าของอสังหาริมทรัพย์(ผู้ให้ทรัพย์อิงสิทธิ)เท่านั้น โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี มีค่าจดทะเบียนครั้งละ 20,000 บาท และพนักงานเจ้าหน้าที่จะออกหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิให้ 2 ฉบับ ทั้งนี้การก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิเฉพาะบางส่วนในอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้ ข้อสำคัญคือเมื่อมีการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิแล้ว เจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะก่อตั้งทรัพยสิทธิอื่นๆ เช่น ภาระจำยอม สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดินในอสังหาริมทรัพย์นั้นอีกมิได้ แต่ยังมีสิทธิจำหน่ายจ่ายโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นได้ตามปกติ ในส่วนสิทธิของผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิ (ผู้ได้รับสัญญา) จะมีความแตกต่างจากผู้เช่าทั่วไปคือ กฎหมายกำหนดให้ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิสามารถนำทรัพย์อิงสิทธิออกให้เช่า ขายหรือโอนให้แก่กันเพื่อหมุนเวียนเปลี่ยนมือสร้างมูลค่าได้ เช่น ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิหรือคนที่ได้รับสัญญาสามารถนำไปให้เช่าช่วงได้ไม่จำกัด ซึ่งต่างจากเดิมที่ต้องปฏิบัติตามข้อสัญญาเท่านั้น โดยทรัพย์อิงสิทธิจะตกทอดแก่ทายาทจนครบกำหนดระยะเวลาที่จดทะเบียนทรัพย์อิงสิทธิ อีกทั้งยังนำไปใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้โดยการจำนองได้โดยให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำนองอสังหาริมทรัพย์มาบังคับใช้โดยอนุโลม อีกประการคือผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิสามารถทำการดัดแปลง ต่อเติมโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างในทรัพย์อิงสิทธิได้โดยมิต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ แต่ทรัพย์สินเหล่านั้นจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เมื่อทรัพย์อิงสิทธิระงับลง เว้นแต่จะตกลงไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา (ยกเว้นกรณีอาคารชุด) นอกจากนี้ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิยังมีสิทธิ หน้าที่และความรับผิดในอสังหาริมทรัพย์เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้น เช่น ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิจะต้องจัดการเพื่อป้องกันภยันตราย หากมีบุคคลภายนอกรุกล้ำเข้ามาในอสังหาริมทรัพย์ที่มีทรัพย์อิงสิทธิ แต่หากมีบุคคลใดใช้สิทธิเรียกร้องเหนืออสังหาริมทรัพย์ที่มีทรัพย์อิงสิทธิโดยมิชอบ ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิจะต้องแจ้งเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทราบทันที และท้ายที่สุดเมื่อทรัพย์อิงสิทธิระงับลง ให้ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิส่งมอบอสังหาริมทรัพย์คืนแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานั้น กฎหมายฉบับนี้ได้รับการคาดหวังว่าจะช่วยสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนให้สามารถใช้สิทธิในอสังหาริมทรัพย์ได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์และผู้ให้เช่าช่วง อย่างไรก็ดีมีความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.บ. ในประเด็นที่ว่าอาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติจากการออกหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่จำกัดไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้เช่าช่วง การค้ำประกันเงินกู้ หนังสือรับรองสิทธิดังกล่าวจึงมีสภาพไม่ต่างจากโฉนดที่ดินฉบับลูกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายช่วงหลายทอด ในขณะที่โฉนดที่ดินฉบับจริงซึ่งเป็นฉบับแม่จะเป็นเหมือนเอกสารสิทธิที่หมดอายุชั่วคราว ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ได้อีก จนกว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะยกเลิกทรัพย์อิงสิทธิก่อนครบกำหนดหรือครบกำหนดเวลาที่ได้จดทะเบียนไว้ กล่าวโดยสรุป พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. 2562 ได้กำหนดสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์อีกรูปแบบหนึ่งเป็นทางเลือกสำหรับการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ นอกเหนือจากกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่า โดยมีบทบัญญัติรองรับสิทธิของผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิในประการต่าง ๆ อย่างชัดเจน จึงเป็นที่น่าติดตามว่าภายหลัง พ.ร.บ. มีผลใช้บังคับแล้วกฎหมายฉบับนี้จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือมีความคล่องตัวในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใด โดย สุพัทธ์รดา เปล่งแสง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ</p>
<p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/" target="_blank">ข้อควรรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ปี 2562</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ในธุรกิจการลงทุนให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร ที่ดินเปล่าหรืออาคารชุดคู่สัญญาจะทำสัญญาเช่าทรัพย์หรือ “สัญญาปล่อยเช่า”</strong></p>
<p>โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นการเช่าแบบทั่วไปกล่าวคือ ระยะเวลาเช่าไม่เกิน 30 ปี ต่ออายุสัญญาได้ครั้งละไม่เกิน 30 ปี แต่มีข้อจำกัดคือ <strong>สัญญาเช่าจะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าตายสัญญาเช่าระงับไม่ตกทอดแก่ทายาท ทั้งยังห้ามการการเช่าช่วง การโอนสิทธิการเช่า หากไม่มีการตกลงเป็นอย่างอื่นในสัญญาและห้ามนำสิทธิการเช่าไปเป็นหลักประกันอีกด้วย</strong></p>
<p data-field="story">ขณะที่<strong>การเช่าที่ดินเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม</strong>จะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ.2542 ที่มีระยะเวลาเช่าตั้งแต่ 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาเช่าได้อีก 50 ปี แต่ทั้งนี้ลักษณะ<strong>การเช่าต้องเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม</strong>เท่านั้นจะให้เช่าเพื่อการอยู่อาศัยไม่ได้ อีกทั้งผู้เช่า<strong>ไม่มีสิทธิต่อเติมหรือดัดแปลงทรัพย์สิน</strong>ที่เช่าหากไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า กล่าวได้ว่ากฎหมายเช่าทรัพย์ยังมี<strong>ข้อจำกัดหลายประการเกี่ยวกับการนำทรัพย์สินที่เช่าไปใช้ประโยชน์</strong>ทางเศรษฐกิจ</p>
<p data-field="story">ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการประกาศใช้ <strong>“</strong><strong>พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ.</strong><strong>2562</strong>”  เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้มีทรัพย์อิงสิทธิเป็นสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง<strong>สามารถโอนและตราเป็นประกันการชำระหนี้โดยการจำนองได้</strong> อันจะส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จากนักลงทุนไทยและต่างชาติและผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้จึงเป็นทางเลือกให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์และผู้เช่าในการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินว่าจะทำสัญญาเช่าทั่วไปหรือก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิตาม พ.ร.บ.</p>
<p data-field="story">สาระสำคัญโดยสรุปของ พ.ร.บ. ได้แก่ <strong>“</strong><strong>ทรัพย์อิงสิทธิ</strong><strong>” </strong><strong>หมายถึง ทรัพย์สินที่อิงจากสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์</strong>กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะที่ดินมีโฉนด ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินมีโฉนดและอาคารชุด โดยการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิต้องทำโดยเจ้าของอสังหาริมทรัพย์(ผู้ให้ทรัพย์อิงสิทธิ)เท่านั้น โดยต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี มีค่าจดทะเบียนครั้งละ 20,000 บาท และพนักงานเจ้าหน้าที่จะออกหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิให้ 2 ฉบับ ทั้งนี้การก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิเฉพาะบางส่วนในอสังหาริมทรัพย์จะกระทำมิได้</p>
<p data-field="story">ข้อสำคัญคือเมื่อมีการก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิแล้ว เจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะก่อตั้งทรัพยสิทธิอื่นๆ เช่น ภาระจำยอม สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดินในอสังหาริมทรัพย์นั้นอีกมิได้ แต่ยังมีสิทธิจำหน่ายจ่ายโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นได้ตามปกติ</p>
<p data-field="story">ในส่วน<strong>สิทธิของผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิ</strong> (ผู้ได้รับสัญญา) จะมีความแตกต่างจากผู้เช่าทั่วไปคือ กฎหมายกำหนดให้ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิสามารถนำทรัพย์อิงสิทธิออกให้เช่า ขายหรือโอนให้แก่กันเพื่อหมุนเวียนเปลี่ยนมือสร้างมูลค่าได้ เช่น ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิหรือคนที่ได้รับสัญญาสามารถนำไปให้เช่าช่วงได้ไม่จำกัด ซึ่งต่างจากเดิมที่ต้องปฏิบัติตามข้อสัญญาเท่านั้น โดยทรัพย์อิงสิทธิจะตกทอดแก่ทายาทจนครบกำหนดระยะเวลาที่จดทะเบียนทรัพย์อิงสิทธิ อีกทั้งยังนำไปใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้โดยการจำนองได้โดยให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการจำนองอสังหาริมทรัพย์มาบังคับใช้โดยอนุโลม</p>
<p data-field="story">อีกประการคือ<strong>ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิ</strong>สามารถทำ<strong>การดัดแปลง ต่อเติมโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างในทรัพย์อิงสิทธิได้โดยมิต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์</strong> แต่ทรัพย์สินเหล่านั้นจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เมื่อทรัพย์อิงสิทธิระงับลง เว้นแต่จะตกลงไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา (ยกเว้นกรณีอาคารชุด)</p>
<p data-field="story">นอกจากนี้ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิยังมีสิทธิ <strong>หน้าที่และความรับผิดในอสังหาริมทรัพย์เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์</strong>นั้น เช่น ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิจะ<strong>ต้องจัดการเพื่อป้องกันภยันตราย หากมีบุคคลภายนอกรุกล้ำ</strong>เข้ามาในอสังหาริมทรัพย์ที่มีทรัพย์อิงสิทธิ แต่หากมีบุคคลใดใช้สิทธิเรียกร้องเหนืออสังหาริมทรัพย์ที่มีทรัพย์อิงสิทธิโดยมิชอบ ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิจะต้องแจ้งเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทราบทันที และท้ายที่สุดเมื่อทรัพย์อิงสิทธิระงับลง ให้ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิส่งมอบอสังหาริมทรัพย์คืนแก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานั้น</p>
<p data-field="story">กฎหมายฉบับนี้ได้รับการคาดหวังว่าจะช่วย<strong>สร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนให้สามารถใช้สิทธิในอสังหาริมทรัพย์ได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น</strong>โดยเฉพาะผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์และผู้ให้เช่าช่วง อย่างไรก็ดีมีความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.บ. ในประเด็นที่ว่าอาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติจากการออกหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ไม่จำกัดไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้เช่าช่วง การค้ำประกันเงินกู้ หนังสือรับรองสิทธิดังกล่าวจึงมีสภาพไม่ต่างจากโฉนดที่ดินฉบับลูกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายช่วงหลายทอด ในขณะที่โฉนดที่ดินฉบับจริงซึ่งเป็นฉบับแม่จะเป็นเหมือนเอกสารสิทธิที่หมดอายุชั่วคราว ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ได้อีก จนกว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะยกเลิกทรัพย์อิงสิทธิก่อนครบกำหนดหรือครบกำหนดเวลาที่ได้จดทะเบียนไว้</p>
<p data-field="story">กล่าวโดยสรุป พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. 2562 ได้กำหนดสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์อีกรูปแบบหนึ่งเป็นทางเลือกสำหรับการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ นอกเหนือจากกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่า โดยมีบทบัญญัติรองรับสิทธิของผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิในประการต่าง ๆ อย่างชัดเจน จึงเป็นที่<strong>น่าติดตามว่าภายหลัง พ.ร.บ. มีผลใช้บังคับแล้วกฎหมายฉบับนี้จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือมีความคล่องตัวในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใด</strong></p>
<p>โดย <strong>สุพัทธ์รดา เปล่งแสง</strong></p>
<p data-field="story">คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</p>
<p data-field="story">ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/647472">กรุงเทพธุรกิจ</a></p><p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/" target="_blank">ข้อควรรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ปี 2562</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>ตลาดอสังหาริมทรัพย์เมียนมาบูม</title>
		<link>https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2/</link>
				<pubDate>Thu, 28 Feb 2019 16:59:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[มั่งมี]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์เมียนมา]]></category>
		<category><![CDATA[เมียนมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.landinvestingthai.com/?p=1370</guid>
				<description><![CDATA[<p>การที่เมียนมาออกกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นับเป็นการปูพรมให้ธุรกิจอสังหาฯในประเทศ ที่เอื้อต่อทั้งทุนท้องถิ่นและต่างชาติ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมียนมามีแนวโน้มเฟื่องฟูขึ้นอย่างมาก จากภาพเศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2557 ที่โตต่อเนื่องถึงปัจจุบันที่ โดยอัตราการขยายตัวของจีดีพีของเมียนมาในปี 2561 สูงถึง 6.9%  ขณะที่รายได้ประชากรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 ปี เช่นเดียวกัน โดยล่าสุดรายได้ต่อหัวของประชากรอยู่ที่ 1,338 เหรียญสหรัฐฯต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1,263 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี เรียกได้ว่าถือเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงเลยทีเดียว ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมียนมามี 2 แบบ คือ โครงการที่อยู่อาศัยที่ถูกพัฒนาโดยภาครัฐ และคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเม้นต์ที่พัฒนาโดยภาคเอกชน ข้อมูลจาก Myanmar Time มีการคาดการณ์กันว่า ในปี 2562 นี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของเมียนมามีแนวโน้มเติบโตและมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ปกป้องคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยขณะนี้มีการเตรียมยกร่างกฎหมายอพาร์ทเม้นต์ (Apartment Law) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จากก่อนหน้านี้ที่มีการบังคับใช้กฎหมายคอนโดมิเนียม (Condominium Law) เมื่อปี 2016 (2559) ไม่เพียงแต่จะมีการออกกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ในภาคการเงิน ก็ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้บริการกับประชาชนมากขึ้น ทั้งยังเปิดกว้างให้ธนาคารจากต่างชาติเข้าไปให้บริการ สามารถให้กู้เงินการบริษัทท้องถิ่นของเมียนมา เพื่อนำไปใช้เป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย สำหรับการให้บริการสินเชื่อกับประชาชน ทางธนาคารกลางเมียนมา (Central Bank of Myanmar : CBM) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาว่าจะขยายการอนุมัติวงเงินกู้โดยการจดจำนองได้ถึง 5% ของวงเงินกู้ทั้งหมด สำหรับการกู้ที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของที่พักอาศัยได้ ส่วนเงินกู้ที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องยื่นขออนุมัติจาก CBM เป็นรายกรณี นอกจากนี้ได้ประกาศอนุญาตให้ธนาคารเมียนมาสามารถขยายวงเงินกู้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 16% ซึ่งมาตรการนี้ได้เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของ CBM จะคงที่อัตรา 10% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดสำหรับสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่ที่ 13% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขั้นต่ำอยูที่ 8% ทั้งนี้ในส่วนของผู้กู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ภาครัฐก่อสร้างสามารถซื้อแบบผ่อนได้ที่ธนาคาร Construction and Hosting Development Bank โดยผู้กู้สามารถผ่อนชำระเงินกู้ได้นานสูงสุด 25% ในอัตราดอกเบี้ย 13% โดยผู้ซื้อที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานเอกสารที่มาของได้นั้นจะต้องจ่ายค่าภาษีอากรแสตมป์เพิ่ม 15-30% ขึ้นอยู่กับมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามในปีหน้าทางรัฐบาลเมียนมามีแผนจะปรับลดอากรแสตมป์ลง คาดว่าจะสามารถกระตุ้นการซื้อขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้มากยิ่งขึ้น ขอบคุณข้อมูลจาก ฺฺBangkok Bank SME</p>
<p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2/" target="_blank">ตลาดอสังหาริมทรัพย์เมียนมาบูม</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<div class="excerpt">
<p><span style="color: #800000;"><strong>การที่เมียนมาออกกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นับเป็นการปูพรมให้ธุรกิจอสังหาฯในประเทศ ที่เอื้อต่อทั้งทุนท้องถิ่นและต่างชาติ</strong></span></p>
</div>
<div class="entry-content">
<p>ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมียนมามีแนวโน้มเฟื่องฟูขึ้นอย่างมาก จากภาพเศรษฐกิจเมียนมาขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2557 ที่โตต่อเนื่องถึงปัจจุบันที่ โดยอัตราการขยายตัวของจีดีพีของเมียนมาในปี 2561 สูงถึง 6.9%  ขณะที่รายได้ประชากรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 ปี เช่นเดียวกัน โดยล่าสุดรายได้ต่อหัวของประชากรอยู่ที่ 1,338 เหรียญสหรัฐฯต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1,263 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี เรียกได้ว่าถือเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงเลยทีเดียว</p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมียนมามี </strong><strong>2</strong><strong> แบบ คือ โครงการที่อยู่อาศัยที่ถูกพัฒนาโดยภาครัฐ และคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเม้นต์ที่พัฒนาโดยภาคเอกชน</strong></span></p>
<p>ข้อมูลจาก <em>Myanmar Time</em> มีการคาดการณ์กันว่า ในปี 2562 นี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของเมียนมามีแนวโน้มเติบโตและมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ปกป้องคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยขณะนี้มีการเตรียมยกร่างกฎหมายอพาร์ทเม้นต์ (Apartment Law) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จากก่อนหน้านี้ที่มีการบังคับใช้กฎหมายคอนโดมิเนียม (Condominium Law) เมื่อปี 2016 (2559) ไม่เพียงแต่จะมีการออกกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ในภาคการเงิน ก็ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้บริการกับประชาชนมากขึ้น ทั้งยังเปิดกว้างให้ธนาคารจากต่างชาติเข้าไปให้บริการ สามารถให้กู้เงินการบริษัทท้องถิ่นของเมียนมา เพื่อนำไปใช้เป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย</p>
<p>สำหรับการให้บริการสินเชื่อกับประชาชน ทางธนาคารกลางเมียนมา (Central Bank of Myanmar : CBM) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาว่าจะขยายการอนุมัติวงเงินกู้โดยการจดจำนองได้ถึง 5% ของวงเงินกู้ทั้งหมด สำหรับการกู้ที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของที่พักอาศัยได้ ส่วนเงินกู้ที่มีระยะเวลาเกิน 3 ปี ต้องยื่นขออนุมัติจาก CBM เป็นรายกรณี</p>
<p>นอกจากนี้ได้ประกาศอนุญาตให้ธนาคารเมียนมาสามารถขยายวงเงินกู้ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 16% ซึ่งมาตรการนี้ได้เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของ CBM จะคงที่อัตรา 10% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดสำหรับสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่ที่ 13% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขั้นต่ำอยูที่ 8%</p>
<p>ทั้งนี้ในส่วนของผู้กู้ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ภาครัฐก่อสร้างสามารถซื้อแบบผ่อนได้ที่ธนาคาร Construction and Hosting Development Bank โดยผู้กู้สามารถผ่อนชำระเงินกู้ได้นานสูงสุด 25% ในอัตราดอกเบี้ย 13% โดยผู้ซื้อที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานเอกสารที่มาของได้นั้นจะต้องจ่ายค่าภาษีอากรแสตมป์เพิ่ม 15-30% ขึ้นอยู่กับมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามในปีหน้าทางรัฐบาลเมียนมามีแผนจะปรับลดอากรแสตมป์ลง คาดว่าจะสามารถกระตุ้นการซื้อขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ฺฺ<a href="https://www.bangkokbanksme.com/article/29306">Bangkok Bank SME</a></p>
</div><p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2/" target="_blank">ตลาดอสังหาริมทรัพย์เมียนมาบูม</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยอัดแคมเปญรีไฟแนนซ์บ้าน ฟรีจดจำนอง 2 แสน ดอกเบี้ย 3 ปีแรก MRR-3.22%</title>
		<link>https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
				<pubDate>Thu, 21 Feb 2019 16:59:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[มั่งมี]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทยรีไฟแนนซ์บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟรีจดจำนอง]]></category>
		<category><![CDATA[รีไฟแนนซ์บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.landinvestingthai.com/?p=1365</guid>
				<description><![CDATA[<p>ใครที่ซื้อบ้านใหม่และกู้เงินกับธนาคาร ส่วนใหญ่ถ้าผ่าน 3 ปีแรกไปแล้วดอกเบี้ยจะแพงขึ้น ต้องจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้น บางคนสามารถเจรจากับธนาคารที่ให้อยู่ให้ลดดอกเบี้ยได้ก็ดีไปแต่ถ้าเจรจาไม่ได้ ลองหาแบงก์ใหม่รีไฟแนนซ์กันดีกว่า กสิกรไทย ออกแคมเปญใหม่เอาใจคนรีไฟแนนซ์-มีบ้านปลอดหนี้ก็กู้ได้ สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า ทางธนาคารมองว่าไตรมาส 1/2562 นี้สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จะเติบโตสูงเพราะลูกค้าหันมาซื้อบ้านก่อนเดือนเม.ย. 2562 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มใช้เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ ทั้งนี้ธนาคารออกแคมเปญเพื่อตอบสนองตลาดที่กำลังโต 2 แบบได้แก่ สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ มีจุดเด่น ได้แก่ ฟรีค่าจดจำนองสูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3  ประมาณ 3.9% (คิดตามเงื่อนไข MRR-3.22%) ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไปดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR-1.5% สินเชื่อบ้านช่วยได้กสิกรไทย มีจุดเด่นด้วยข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 ปีแรก MRR-1% ต่อปี หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR-0.5% และฟรีค่าประเมินหลักประกันมูลค่า 3,000 บาท *MRR ของธนาคารกสิกรไทยปัจจุบันอยู่ที่ 7.12% KBank คาดสินเชื่อใหม่ปี 2562 แตะ 66,000 ล้านบาท สุรัตน์ บอกว่า เมื่อไตรมาส 1/2562 สินเชื่อบ้านมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าปีที่ผ่านมาๆ และมีปัจจัยเร่งจากประชาชนที่ซื้อบ้านก่อนธปท.เริ่มใช้เกณฑ์กำกับสินเชื่อบ้านตัวใหม่ในเดือน เม.ย. 2562 รวมถึงการออกแคมเปญกระตุ้นจะ ทำให้ไตรมาส 1 นี้ทางธนาคารคาดว่าจะมียอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 16,000 ล้านบาท และคาดว่าจะยอดสินเชื่อใหม่รวมทั้งปี 2562 จะอยู่ที่ 66,000 ล้านบาท (ในขณะที่สินเชื่อคงค้างจากปลายปี 2561 อยู่ที่ 280,000 ล้านบาท) ทั้งนี้กลยุทธ์ของปี 2562 ทางธนาคารจะขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่  โดยเพิ่มบริการด้านสินเชื่อให้ลูกค้าครบวงจร นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางการติดต่อกับพนักงานของธนาคารผ่านแอพพลิเคชั่น K PLUS เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้น สรุป การรีไฟแนนซ์ หลายคนเข้าใจว่าเป็นการกู้เงินจากธนาคารแห่งใหม่เพื่อมาปิดหนี้บ้านที่กู้อยู่เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วเราสามารถขอรีไฟแนนซ์ภายในธนาคารเดียวกันก็ด้วย เช่น ถ้าธนาคารนั้นมีแคมเปญใหม่ที่ดีกว่า และสินเชื่อบ้านที่เรามีอยู่ปัจจุบันเลย 3 ปีตามสัญญาแล้วก็ทำเรื่องขอแบงก์ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร ทว่าจุดสำคัญก่อนจะรีไฟแนนซ์คือ เราต้องคำนวนค่าจดจำนองหลักทรัพย์ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ฯลฯ ก่อนรีไฟแนนซ์ไปแบงก์อื่น เพราะบางครั้งดอกเบี้ยถูกลง แต่พอคำนวนค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์กลับแพงกว่าการใช้ธนาคารเดิมต่อไปเสียอีก ขอบคุณข้อมูลจาก Brand Inside</p>
<p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/" target="_blank">กสิกรไทยอัดแคมเปญรีไฟแนนซ์บ้าน ฟรีจดจำนอง 2 แสน ดอกเบี้ย 3 ปีแรก MRR-3.22%</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ใครที่ซื้อบ้านใหม่และกู้เงินกับธนาคาร ส่วนใหญ่ถ้าผ่าน 3 ปีแรกไปแล้วดอกเบี้ยจะแพงขึ้น ต้องจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้น บางคนสามารถเจรจากับธนาคารที่ให้อยู่ให้ลดดอกเบี้ยได้ก็ดีไปแต่ถ้าเจรจาไม่ได้ ลองหาแบงก์ใหม่รีไฟแนนซ์กันดีกว่า</p>
<h2><span style="font-size: 14pt; color: #800000;">กสิกรไทย ออกแคมเปญใหม่เอาใจคนรีไฟแนนซ์-มีบ้านปลอดหนี้ก็กู้ได้</span></h2>
<p><strong>สุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์</strong> รองกรรมการผู้จัดการ<strong> ธนาคารกสิกรไทย</strong> บอกว่า ทางธนาคารมองว่าไตรมาส 1/2562 นี้สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จะเติบโตสูงเพราะลูกค้าหันมาซื้อบ้านก่อนเดือนเม.ย. 2562 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มใช้เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ ทั้งนี้ธนาคารออกแคมเปญเพื่อตอบสนองตลาดที่กำลังโต 2 แบบได้แก่</p>
<ol>
<li><strong>สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ มีจุดเด่น</strong> ได้แก่ ฟรีค่าจดจำนองสูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3  ประมาณ 3.9% (คิดตามเงื่อนไข MRR-3.22%) ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไปดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR-1.5%</li>
<li><strong>สินเชื่อบ้านช่วยได้กสิกรไทย</strong> มีจุดเด่นด้วยข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 ปีแรก MRR-1% ต่อปี หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR-0.5% และฟรีค่าประเมินหลักประกันมูลค่า 3,000 บาท<br />
*MRR ของธนาคารกสิกรไทยปัจจุบันอยู่ที่ 7.12%</li>
</ol>
<h3><span style="color: #800000;">KBank คาดสินเชื่อใหม่ปี 2562 แตะ 66,000 ล้านบาท</span></h3>
<p>สุรัตน์ บอกว่า เมื่อไตรมาส 1/2562 สินเชื่อบ้านมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าปีที่ผ่านมาๆ และมีปัจจัยเร่งจากประชาชนที่ซื้อบ้านก่อนธปท.เริ่มใช้เกณฑ์กำกับสินเชื่อบ้านตัวใหม่ในเดือน เม.ย. 2562 รวมถึงการออกแคมเปญกระตุ้นจะ ทำให้ไตรมาส 1 นี้ทางธนาคารคาดว่าจะมียอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 16,000 ล้านบาท และคาดว่าจะยอดสินเชื่อใหม่รวมทั้งปี 2562 จะอยู่ที่ 66,000 ล้านบาท (ในขณะที่สินเชื่อคงค้างจากปลายปี 2561 อยู่ที่ 280,000 ล้านบาท)</p>
<p>ทั้งนี้กลยุทธ์ของปี 2562 ทางธนาคารจะขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่  โดยเพิ่มบริการด้านสินเชื่อให้ลูกค้าครบวงจร นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางการติดต่อกับพนักงานของธนาคารผ่านแอพพลิเคชั่น K PLUS เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้น</p>
<h4><span style="font-size: 14pt; color: #800000;">สรุป</span></h4>
<p>การรีไฟแนนซ์ หลายคนเข้าใจว่าเป็นการกู้เงินจากธนาคารแห่งใหม่เพื่อมาปิดหนี้บ้านที่กู้อยู่เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วเราสามารถขอรีไฟแนนซ์ภายในธนาคารเดียวกันก็ด้วย เช่น ถ้าธนาคารนั้นมีแคมเปญใหม่ที่ดีกว่า และสินเชื่อบ้านที่เรามีอยู่ปัจจุบันเลย 3 ปีตามสัญญาแล้วก็ทำเรื่องขอแบงก์ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร ทว่าจุดสำคัญก่อนจะรีไฟแนนซ์คือ เราต้องคำนวนค่าจดจำนองหลักทรัพย์ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ฯลฯ ก่อนรีไฟแนนซ์ไปแบงก์อื่น เพราะบางครั้งดอกเบี้ยถูกลง แต่พอคำนวนค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์กลับแพงกว่าการใช้ธนาคารเดิมต่อไปเสียอีก</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://brandinside.asia/home-loan-kbank-new-campaign/">Brand Inside</a></p><p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/" target="_blank">กสิกรไทยอัดแคมเปญรีไฟแนนซ์บ้าน ฟรีจดจำนอง 2 แสน ดอกเบี้ย 3 ปีแรก MRR-3.22%</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>คอนโดฯปี 62 หืดจับ ซัพพลายล้น &#8211; LTV ฉุด</title>
		<link>https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5-62-%e0%b8%ab%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
				<pubDate>Mon, 28 Jan 2019 16:44:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[มั่งมี]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดซัพพลายล้น]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดปี62หืดจับ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนคอนโดฯ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.landinvestingthai.com/?p=1359</guid>
				<description><![CDATA[<p>JLL ระบุตลาดคอนโดฯ หืดตลาดล่างราคาไม่เกิน 1 แสนบาท/ตร.ม.ล้น ตลาดกลางประสบปัญหา LTV กันนักลงทุนหาย ขณะที่ตลาดบนเจอคอนโดฯ รีเซลขายตัดราคา คาดผู้ประกอบการชะลอแผนลงทุนทั่วหน้า นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ &#8220;เจแอลแอล&#8221; เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2562 ไม่สดใสนัก เนื่องจากมีหลายปัจจัยลบ ซึ่งแต่ละเซกเมนต์ จะมีปัญหาที่แตกต่างกัน โดยตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่า 100,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท/ยูนิต พบว่ามีสินค้าเหลือขายในตลาดจำนวนมาก มีภาวะโอเวอร์ซัพพลายในบางทำเล กลุ่มลูกค้าบางส่วนประสบปัญหาหนี้ครัวเรือน ถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หรือ รีเจกต์ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น ยังส่งกระทบต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการที่ต้องอาศัยเงินกู้เพื่อการพัฒนาโครงการ ส่วนตลาดระดับกลาง ราคาตั้งแต่ 100,000-150,000 บาท/ตร.ม. ขนาดสตูดิโอ- 1 ห้องนอน ซึ่งเป็นคอนโดฯ ที่นักลงทุนนิยมซื้อเพื่อปล่อยเช่ากว่าหนึ่งยูนิต เนื่องจากยังคงปล่อยเช่าได้ง่าย และให้ผลตอบแทนการลงทุนค่อนข้างสูงกว่าคอนโดกลุ่มอื่นๆ แต่เมื่อมีมาตรการความคุมการปล่อยสินเชื่อด้วย LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้น สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่สองขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการซื้อของนักลงทุนกลุ่มนี้ลดลง ขณะที่ตลาดลักชัวร์รี่ขึ้นไป กลุ่มนี้แม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหารีเจกต์ และ LTV แต่ตลาดก็มีผู้ซื้อจำนวนจำกัด มีสินค้าในตลาดมาก ผู้ประกอบการจะหันไปการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบที่ไม่ไกลจากในเมือง ระดับประมาณราคา 20-30 ล้านบาท มากกว่าการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ซึ่งแม้ว่าผู้ประกอบการจะลดการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ลง แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการลดลง เนื่องจากโครงการแนวราบพัฒนาได้เร็ว ขายเร็ว รับรายได้เร็วกว่าคอนโดฯ จากภาวะดังกล่าวทำให้ในปี 62 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะชะลอแผนลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมในปีนี้ โดยจะมีทั้งการลดจำนวนโครงการที่จะพัฒนาลง หรือบางรายไม่ลงทุนคอนโดฯ เลย แต่ไปเน้นการลงทุนโครงการแนวราบแทน ซึ่งจะเห็นได้จากการประกาศแผนการลงทุนของหลายบริษัทที่ปรับลดพอร์ตการลงทุนคอนโดฯลง ในปีนี้ &#8220;ในปี 2562 นี้ มีแนวโน้มว่า ราคาคอนโดมิเนียมจะทรงตัว แต่ยังไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่าราคาจะตกลงอย่างรวดเร็วดังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง ผู้พัฒนาโครงการส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน แม้จะต้องการระบายคอนโดฯ ที่เหลือขายในโครงการ แต่เชื่อว่า ส่วนใหญ่จะยังไม่ใช้กลยุทธ์การลดราคา แต่อาจมีการเสนอแรงจูงใจอื่นๆ แทน ส่วนการลดราคา อาจมีการเลือกใช้สำหรับเฉพาะบางยูนิตที่ขายยากเป็นพิเศษ อาทิ วิวไม่สวย หรืออยู่ในมุมอับ เป็นต้น&#8221; นางสุพินท์ กล่าว นางสุพินท์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาโครงการหลังจากนี้ ผู้ประกอบการต้องคิดนอกกรอบเพื่อรักษาการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบการหลายราย โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ที่เคยเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ได้ปรับกลยุทธ์โดยการขยายธุรกิจออกไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์หลากประเภทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ ตลอดไปจนถึงธุรกิจด้านสุขภาพ/การแพทย์ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ทางเลือกอื่นๆ อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ ห้องเก็บของส่วนตัว หรือแม้แต่โรงเรียนนานาชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ ต้นทุนที่ดินการพัฒนาโครงการยังคงเป็นความท้าท้ายหลักสำหรับผู้ประกอบการ ทำให้การเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อพัฒนาโครงการจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการ แต่จะเน้นไปที่พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานใหม่บนที่ดินเช่า 30-50 ปีในทำเลย่านธุรกิจหลักๆ ในขณะนี้ อาจได้รับผลตอบแทนการลงทุนสูงเฉลี่ยระหว่าง 8-10% ต่อปี เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า &#8220;ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลักๆ มีแนวโน้มอิ่มตัว ผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องอาศัยวิธีการคิดที่สร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะช่วยให้บริษัทยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้&#8221; นางสุพินท์ กล่าว ทั้งนี้พบว่า สิ้นปี 2561 กรุงเทพฯ มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วรวมจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 579,000 ยูนิต ในจำนวนนี้ เป็นคอนโดฯ ตลาดแมส ราคาไม่เกินตารางเมตรละ 1 แสนบาท ราว 82% ซึ่งในช่วง 10 ที่ผ่านมา ราคาคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ เฉลี่ยโดยรวมปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่า 40% แต่การปรับขึ้นของราคามีอัตราช้าลงเรื่อยๆ โดยในช่วง 5 ปี และ 3 ปีที่ผ่านมา มีราคาปรับเพิ่มขึ้นราว 30% และ 10% ตามลำดับ ส่วนในปี 2561 ที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นราว 5% ปี 61 คอนโดเปิดใหม่สูงสุดรอบ10 ปี ด้านบริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี [...]</p>
<p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5-62-%e0%b8%ab%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a/" target="_blank">คอนโดฯปี 62 หืดจับ ซัพพลายล้น - LTV ฉุด</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>JLL ระบุตลาดคอนโดฯ หืดตลาดล่างราคาไม่เกิน 1 แสนบาท/ตร.ม.ล้น ตลาดกลางประสบปัญหา LTV กันนักลงทุนหาย ขณะที่ตลาดบนเจอคอนโดฯ รีเซลขายตัดราคา คาดผู้ประกอบการชะลอแผนลงทุนทั่วหน้า</p>
<p>นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ &#8220;เจแอลแอล&#8221; เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2562 ไม่สดใสนัก เนื่องจากมีหลายปัจจัยลบ ซึ่งแต่ละเซกเมนต์ จะมีปัญหาที่แตกต่างกัน โดยตลาดคอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่า 100,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท/ยูนิต พบว่ามีสินค้าเหลือขายในตลาดจำนวนมาก มีภาวะโอเวอร์ซัพพลายในบางทำเล กลุ่มลูกค้าบางส่วนประสบปัญหาหนี้ครัวเรือน ถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หรือ รีเจกต์ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น ยังส่งกระทบต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการที่ต้องอาศัยเงินกู้เพื่อการพัฒนาโครงการ</p>
<p>ส่วนตลาดระดับกลาง ราคาตั้งแต่ 100,000-150,000 บาท/ตร.ม. ขนาดสตูดิโอ- 1 ห้องนอน ซึ่งเป็นคอนโดฯ ที่นักลงทุนนิยมซื้อเพื่อปล่อยเช่ากว่าหนึ่งยูนิต เนื่องจากยังคงปล่อยเช่าได้ง่าย และให้ผลตอบแทนการลงทุนค่อนข้างสูงกว่าคอนโดกลุ่มอื่นๆ แต่เมื่อมีมาตรการความคุมการปล่อยสินเชื่อด้วย LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้ กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้น สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่สองขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการซื้อของนักลงทุนกลุ่มนี้ลดลง</p>
<p>ขณะที่ตลาดลักชัวร์รี่ขึ้นไป กลุ่มนี้แม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหารีเจกต์ และ LTV แต่ตลาดก็มีผู้ซื้อจำนวนจำกัด มีสินค้าในตลาดมาก ผู้ประกอบการจะหันไปการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบที่ไม่ไกลจากในเมือง ระดับประมาณราคา 20-30 ล้านบาท มากกว่าการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ซึ่งแม้ว่าผู้ประกอบการจะลดการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ลง แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้ยอดขายของผู้ประกอบการลดลง เนื่องจากโครงการแนวราบพัฒนาได้เร็ว ขายเร็ว รับรายได้เร็วกว่าคอนโดฯ</p>
<p>จากภาวะดังกล่าวทำให้ในปี 62 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะชะลอแผนลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมในปีนี้ โดยจะมีทั้งการลดจำนวนโครงการที่จะพัฒนาลง หรือบางรายไม่ลงทุนคอนโดฯ เลย แต่ไปเน้นการลงทุนโครงการแนวราบแทน ซึ่งจะเห็นได้จากการประกาศแผนการลงทุนของหลายบริษัทที่ปรับลดพอร์ตการลงทุนคอนโดฯลง ในปีนี้</p>
<p>&#8220;ในปี 2562 นี้ มีแนวโน้มว่า ราคาคอนโดมิเนียมจะทรงตัว แต่ยังไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่าราคาจะตกลงอย่างรวดเร็วดังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง ผู้พัฒนาโครงการส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน แม้จะต้องการระบายคอนโดฯ ที่เหลือขายในโครงการ แต่เชื่อว่า ส่วนใหญ่จะยังไม่ใช้กลยุทธ์การลดราคา แต่อาจมีการเสนอแรงจูงใจอื่นๆ แทน ส่วนการลดราคา อาจมีการเลือกใช้สำหรับเฉพาะบางยูนิตที่ขายยากเป็นพิเศษ อาทิ วิวไม่สวย หรืออยู่ในมุมอับ เป็นต้น&#8221; นางสุพินท์ กล่าว</p>
<p>นางสุพินท์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาโครงการหลังจากนี้ ผู้ประกอบการต้องคิดนอกกรอบเพื่อรักษาการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบการหลายราย โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ที่เคยเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ได้ปรับกลยุทธ์โดยการขยายธุรกิจออกไปในตลาดอสังหาริมทรัพย์หลากประเภทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ ตลอดไปจนถึงธุรกิจด้านสุขภาพ/การแพทย์ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ทางเลือกอื่นๆ อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ ห้องเก็บของส่วนตัว หรือแม้แต่โรงเรียนนานาชาติ เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ต้นทุนที่ดินการพัฒนาโครงการยังคงเป็นความท้าท้ายหลักสำหรับผู้ประกอบการ ทำให้การเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อพัฒนาโครงการจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการ แต่จะเน้นไปที่พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานใหม่บนที่ดินเช่า 30-50 ปีในทำเลย่านธุรกิจหลักๆ ในขณะนี้ อาจได้รับผลตอบแทนการลงทุนสูงเฉลี่ยระหว่าง 8-10% ต่อปี เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p>&#8220;ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหลักๆ มีแนวโน้มอิ่มตัว ผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องอาศัยวิธีการคิดที่สร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะช่วยให้บริษัทยังคงสามารถเติบโตต่อไปได้&#8221; นางสุพินท์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้พบว่า สิ้นปี 2561 กรุงเทพฯ มีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วรวมจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 579,000 ยูนิต ในจำนวนนี้ เป็นคอนโดฯ ตลาดแมส ราคาไม่เกินตารางเมตรละ 1 แสนบาท ราว 82% ซึ่งในช่วง 10 ที่ผ่านมา ราคาคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ เฉลี่ยโดยรวมปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่า 40% แต่การปรับขึ้นของราคามีอัตราช้าลงเรื่อยๆ โดยในช่วง 5 ปี และ 3 ปีที่ผ่านมา มีราคาปรับเพิ่มขึ้นราว 30% และ 10% ตามลำดับ ส่วนในปี 2561 ที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นราว 5% ปี 61 คอนโดเปิดใหม่สูงสุดรอบ10 ปี</p>
<p>ด้านบริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 62 จะชะลอตัวจากสถานการณ์ตลาดโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ LTV การปรับตัวขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายภายในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อจากต่างประเทศ โดยคาดว่าไตรมาสแรกของปีนี้ ราคาเสนอขายเฉลี่ยต่อตารางเมตร มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ด้วยแรงหนุนจากการเปิดตัวของโครงการในหลายทำเลทั้งใน CBD และพื้นที่รอบ CBD นอกจากนี้ใน Q1/2562 อัตราการโอนกรรมสิทธิ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากผู้ซื้อต้องการโอนให้เสร็จก่อนนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะถูกบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.62 นี้</p>
<p>สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร ในปี 61 ทุบสถิติการเปิดตัวโครงการใหม่สูงสุดในรอบ 10 ปี โดยมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดรวมทั้งสิ้นประมาณ 65,000 หน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 11% ส่งผลให้อุปทานสะสมของคอนโดมิเนียมเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี52 –61 อยู่ที่ประมาณ 500,000 หน่วย นอกจากนี้ยังพบว่า ไตรมาส 3/2561 มีการเปิดตัวโครงการใหม่สูงที่สุด คือ 25,000 หน่วย ในขณะที่ไตรมาสสุดท้ายของปีมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 17,000 หน่วย โดยเปิดตัวหนาแน่นในเขตชานเมืองโดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน ซึ่งอุปทานใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว คิดเป็น 57% ของหน่วยเปิดใหม่ทั้งหมดในไตรมาส 4/2561</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://mgronline.com/daily/detail/9620000009336">Manager Online</a></p><p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5-62-%e0%b8%ab%e0%b8%b7%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a/" target="_blank">คอนโดฯปี 62 หืดจับ ซัพพลายล้น - LTV ฉุด</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจมาแรงแห่งปีหมู</title>
		<link>https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/</link>
				<pubDate>Sat, 05 Jan 2019 20:09:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[มั่งมี]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจมาแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจมาแรงแห่งปีหมู]]></category>
		<category><![CDATA[ปีหมู]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนปีหมู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.landinvestingthai.com/?p=1352</guid>
				<description><![CDATA[<p>สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ในโอกาสที่เราก้าวสู่ปีใหม่ ผมขอนำเสนอไอเดียธุรกิจที่น่าจะมาแรง ให้ท่านผู้อ่านนำไปเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อค้นหาโอกาสพัฒนาต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต โดยในปี 2562 นี้ เรื่องของเศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ sharing economy ยังคงเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจบริการภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปันที่โดดเด่น เช่น บริการรถร่วมโดยสารสาธารณะชนิดที่ในบ้านเราเรียกใช้ผ่านแอป ได้มีการแตกแขนงมาเป็น car sharing ที่ให้บริการเช่าใช้รถยนต์แบบชั่วคราว โดยคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง รายวันและรายสัปดาห์ ตามความต้องการผู้บริโภค ธุรกิจนี้เริ่มขึ้นในประเทศแคนาดา และขยายออกไปสู่สหรัฐอเมริกา จีน และสิงคโปร์ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในจีนและสิงคโปร์เป็นการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมระบบขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้พลังงานทางเลือก ผู้ให้บริการในต่างประเทศส่วนใหญ่เลือกจัดตั้งธุรกิจนี้ในรูปสหกรณ์ หรือกลุ่มเฉพาะกิจที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ามีความนิยมมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ บริการและผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า หลังกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายค่ายวางแผนหยุดการผลิตรถที่ใช้น้ำมัน และหันมาส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เชื่อว่าจะส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องมารองรับตลาดมากขึ้น เช่น มอเตอร์ แบตเตอรี่ และบริการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เป็นต้น บริการสำนักงานให้เช่า (coworking space) ก็ยังคงเป็นที่นิยม เพราะตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ดี บริการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการปรับโฉมหน้าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่มีการแข่งขันรุนแรง บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันปรับตัวโดยไม่ใช่เพียงสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น แต่ได้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสำนักงานให้เช่ารายวัน รายสัปดาห์ หรือจะเป็นแบบสมาชิกรายปี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับกลุ่มธุรกิจเปิดใหม่ที่มีงบประมาณจำกัด รองรับการทำงานแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มได้รับการพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์คนรักสุขภาพมากขึ้น มีการพัฒนามื้ออาหารให้ตรงตามความต้องการของแต่ละบุคคล รวมถึงการพัฒนาสินค้าแบบ premiumization ยกระดับการบริโภคที่เน้นเรื่องความทันสมัย สะดวกสบาย มีนวัตกรรมและดีไซน์ ทำให้สามารถปรับราคาได้สูงกว่าสินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าบริการสำหรับผู้สูงอายุหลังเกษียณ การทำบ้านพักและบริการเพื่อผู้สูงวัยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งตอบสนองผู้สูงอายุที่ต้องการความเป็นอยู่ที่เป็นอิสระมากขึ้น เช่น การให้บริการกายภาพบำบัด บริการอาหารเพื่อสุขภาพ บริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ เป็นต้น ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ก็ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยลด ละ เลิก การใช้วัสดุที่ทำลายสิ่งแวดล้อม บางธุรกิจเน้นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สีเขียว บางรายมุ่งเน้นการทำธุรกิจ reuse หรือ recycle เช่น ให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์เก่ามาเติมสินค้าใหม่ได้ การพัฒนาวัสดุที่เหลือใช้ อย่างที่ดาราดังระดับโลก ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้ริเริ่มทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปิดตัวรองเท้าแบรนด์ Allbirds ที่ใช้ชานอ้อยเป็นวัสดุหลักในการผลิต สำหรับประเทศไทยเองก็มีผู้ริเริ่มผลิตรองเท้าจากผักตบชวาแล้วเช่นกัน แต่ยังเป็นแค่ระดับเริ่มต้นยังต้องการผู้ประกอบการรุ่นใหม่นำไปต่อยอดสู่ธุรกิจสีเขียวเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจหุ่นยนต์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากขณะนี้ภาครัฐได้ออกมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและใหญ่หันมาใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ภายใต้หน่วยงานที่มีชื่อว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ หรือ Center of Robotics Excellence (CoRE) โดยปัจจุบัน CoRE มีต้นแบบหุ่นยนต์แล้วจำนวน 85 ต้นแบบในราคาไม่แพง เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมถนอมอาหาร แปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมเกษตร นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนการอบรมเพื่อยกระดับบุคลากรให้สามารถประกอบและติดตั้งระบบหุ่นยนต์ เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต อีกทั้งยังเปิดรับกลุ่มสตาร์ตอัพในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้สามารถเข้าไปลงทะเบียนขอให้ CoRE เข้าไปให้คำแนะนำการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้ครับ โดย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ธนาคารกรุงเทพ ขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ</p>
<p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/" target="_blank">ธุรกิจมาแรงแห่งปีหมู</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ในโอกาสที่เราก้าวสู่ปีใหม่ ผมขอนำเสนอไอเดียธุรกิจที่น่าจะมาแรง ให้ท่านผู้อ่านนำไปเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อค้นหาโอกาสพัฒนาต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต โดยในปี 2562 นี้ เรื่องของเศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ sharing economy ยังคงเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ธุรกิจบริการภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปันที่โดดเด่น เช่น บริการรถร่วมโดยสารสาธารณะชนิดที่ในบ้านเราเรียกใช้ผ่านแอป ได้มีการแตกแขนงมาเป็น car sharing ที่ให้บริการเช่าใช้รถยนต์แบบชั่วคราว โดยคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง รายวันและรายสัปดาห์ ตามความต้องการผู้บริโภค</p>
<p>ธุรกิจนี้เริ่มขึ้นในประเทศแคนาดา และขยายออกไปสู่สหรัฐอเมริกา จีน และสิงคโปร์ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในจีนและสิงคโปร์เป็นการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมระบบขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้พลังงานทางเลือก ผู้ให้บริการในต่างประเทศส่วนใหญ่เลือกจัดตั้งธุรกิจนี้ในรูปสหกรณ์ หรือกลุ่มเฉพาะกิจที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้</p>
<p>เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ามีความนิยมมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ บริการและผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า หลังกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายค่ายวางแผนหยุดการผลิตรถที่ใช้น้ำมัน และหันมาส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เชื่อว่าจะส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องมารองรับตลาดมากขึ้น เช่น มอเตอร์ แบตเตอรี่ และบริการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p>บริการสำนักงานให้เช่า (coworking space) ก็ยังคงเป็นที่นิยม เพราะตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ดี บริการนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการปรับโฉมหน้าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่มีการแข่งขันรุนแรง บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างพากันปรับตัวโดยไม่ใช่เพียงสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น แต่ได้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสำนักงานให้เช่ารายวัน รายสัปดาห์ หรือจะเป็นแบบสมาชิกรายปี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับกลุ่มธุรกิจเปิดใหม่ที่มีงบประมาณจำกัด รองรับการทำงานแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม</p>
<p>ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มได้รับการพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์คนรักสุขภาพมากขึ้น มีการพัฒนามื้ออาหารให้ตรงตามความต้องการของแต่ละบุคคล รวมถึงการพัฒนาสินค้าแบบ premiumization ยกระดับการบริโภคที่เน้นเรื่องความทันสมัย สะดวกสบาย มีนวัตกรรมและดีไซน์ ทำให้สามารถปรับราคาได้สูงกว่าสินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าบริการสำหรับผู้สูงอายุหลังเกษียณ การทำบ้านพักและบริการเพื่อผู้สูงวัยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งตอบสนองผู้สูงอายุที่ต้องการความเป็นอยู่ที่เป็นอิสระมากขึ้น เช่น การให้บริการกายภาพบำบัด บริการอาหารเพื่อสุขภาพ บริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ เป็นต้น</p>
<p>ธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ก็ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยลด ละ เลิก การใช้วัสดุที่ทำลายสิ่งแวดล้อม บางธุรกิจเน้นการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สีเขียว บางรายมุ่งเน้นการทำธุรกิจ reuse หรือ recycle เช่น ให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์เก่ามาเติมสินค้าใหม่ได้ การพัฒนาวัสดุที่เหลือใช้ อย่างที่ดาราดังระดับโลก ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้ริเริ่มทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปิดตัวรองเท้าแบรนด์ Allbirds ที่ใช้ชานอ้อยเป็นวัสดุหลักในการผลิต สำหรับประเทศไทยเองก็มีผู้ริเริ่มผลิตรองเท้าจากผักตบชวาแล้วเช่นกัน แต่ยังเป็นแค่ระดับเริ่มต้นยังต้องการผู้ประกอบการรุ่นใหม่นำไปต่อยอดสู่ธุรกิจสีเขียวเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ธุรกิจหุ่นยนต์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากขณะนี้ภาครัฐได้ออกมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและใหญ่หันมาใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ภายใต้หน่วยงานที่มีชื่อว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ หรือ Center of Robotics Excellence (CoRE) โดยปัจจุบัน CoRE มีต้นแบบหุ่นยนต์แล้วจำนวน 85 ต้นแบบในราคาไม่แพง เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมถนอมอาหาร แปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมเกษตร</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนการอบรมเพื่อยกระดับบุคลากรให้สามารถประกอบและติดตั้งระบบหุ่นยนต์ เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต อีกทั้งยังเปิดรับกลุ่มสตาร์ตอัพในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้สามารถเข้าไปลงทะเบียนขอให้ CoRE เข้าไปให้คำแนะนำการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้ครับ<br />
โดย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ธนาคารกรุงเทพ</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://www.prachachat.net/finance/news-274110">ประชาชาติธุรกิจ</a></p><p>The post <a href="https://www.landinvestingthai.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9/" target="_blank">ธุรกิจมาแรงแห่งปีหมู</a> first appeared on <a href="https://www.landinvestingthai.com/" target="_blank">การลงทุนอสังหาริมทรัพย์</a>.</p>]]></content:encoded>
										</item>
	</channel>
</rss>

<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using disk: enhanced 

Served from: www.landinvestingthai.com @ 2021-04-28 07:25:42 by W3 Total Cache
-->